Author Topic: http://www.tgpilotrecruitment.com/index.php?option=com_content&task=view&id=19&I  (Read 11278 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline bigthemaster

  • ทหารเลว
  • *
  • Posts: 33
http://www.tgpilotrecruitment.com/index.php?option=com_content&task=view&id=19&Itemid=1


อ่านหัวข้อ
ขั้นตอนที่ 1 การสมัครสอบนักบิน

ในปี พ.ศ. 2546 นี้ ทางบริษัทการบินไทย ได้เปิดรับสมัครสอบในระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 30 เมษายน (ผมไม่แน่ใจนะครับ ว่าในปีต่อๆไป จะยังคงเป็นช่วงเวลานี้หรือเปล่า) โดยจะเปิดทำการรับสมัครที่สำนักงานใหญ่ครับ สำหรับเอกสารที่ใช้ในการสมัครก็จะมี รูปถ่าย 1 นิ้ว จำนวน 5 รูป, บัตรประชาชน, ทะเบียนบ้าน, ใบผ่านการเกณฑ์ทหาร, และ Transcript โดยเอกสารทุกอย่างต้องทำสำเนาและรับรองสำเนาถูกต้องมาให้เรียบร้อย และที่สำคัญ อย่าลืมนำตัวจริงมาด้วยนะครับ

ในส่วนของคุณสมบัติของผู้สมัคร เอาคร่าวๆเฉพาะที่สำคัญๆแล้วกันนะครับ ก็มี อายุจะต้องไม่เกิน 28 ปี, วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี, ส่วนสูงอย่างน้อย 165 cm, และสายตาปกติครับ



ผมงง (สายตาปกติ) ผมกลัวแต่เข้าไม่ได้ใครๆก็บอกว่าต้องเลสิขอย่างเดียว แต่มันแพง แงๆ เซงงง

Offline Athrun

  • ขุนศึก 9 ทัพ
  • ***
  • Posts: 294
จากกระทู้ก่อน --> http://www.saknid.com/index.php/topic,1851.0.html และ http://www.saknid.com/index.php/topic,1902.0.html คุณบอกว่าคุณมีอายุ 14 และอยู่ ม.3 เองไม่ใช่หรือครับ ถ้าใช่ ผมว่าคุณยังไม่ต้องซีเรียสเรื่องการที่จะได้เป็นหรือไม่ได้เป็นนักบินก็ได้นะครับ อีกตั้งหลายปีกว่าจะเรียนจบปริญญาตรี ผมว่าคุณควรใช้ชีวิตวัยรุ่นให้คุ้มค่า ตั้งใจเรียนและสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องการให้ได้ก่อนเถอะครับ

ถึงตอนนั้นหลังจากที่คุณจบปริญญาตรีแล้ว ถ้าคุณมีสุขภาพโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ของ TG จริงๆ ก็ไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วงหรอกครับ

แล้วอีกอย่างนึง ผมว่าต่อให้สายตาของคนๆนั้นจะ " PERFECT " 100% ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นนักบินได้เสมอไปนะครับ เค้าต้องพิจารณาคุณสมบัติและความสามารถอีกหลากหลายด้านเลยไม่ใช่หรือครับ

ที่เหลือก็รอพี่ๆนักบินตัวจริงมาชี้แจงล่ะกันครับ  O34

ปล.หลังจากได้อ่านกระทู้ของคุณคนนี้มาหลายกระทู้ ผมยอมรับจริงๆครับว่ารู้สึกแปลกๆนะ  O35

Offline earthwormz

  • ATT02/08
  • เสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่
  • ***
  • Posts: 815
อืมม เหนด้วย
Take off is optional , Landing is mandatory. Flying is not dangerous, Crashing is dangerous. Try to keep your landings equal to number of your takeoffs.

Offline Zeus

  • ATT01/08
  • เสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่
  • ***
  • Posts: 830
ช่วงเวลาที่จะเปิดรับน่าจะไม่ตายตัวนะ

กลัวมากก็ไม่ดีนะ ถ้าคนธรรมดาเค้ายังรู้สึกได้ว่าแปลกๆ แล้วโปรเค้าจะไม่รู้เชียวหรอ
จะเป็นนักบินต้องมั่นใจดิ

jason

  • Guest
ขอถามหน่อยครับ

รู้สึกแปลกๆ

หมายถึงอะไรครับ

Offline DuraSail

  • จิตใจของฉันแข็งแกร่งดั่ง
  • ATT01/08
  • ราชาเทวะ
  • ***
  • Posts: 2,597
ขอถามหน่อยครับ

รู้สึกแปลกๆ

หมายถึงอะไรครับ


รู้สึกแปลกๆก็คือ รู้สึกแปลกๆ เคยเจอมั๊ย คนนี้มันแปลกดีจังวุ๊ย
แต่จริงๆคนเราก็จะมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น แม้แต่นักบินเอง ก็จะรู้สึกว่า เออ พี่คนโน้น แปลกดีนะ น้องคนนั้นแปลกเหมือนกัน เพื่อนเราคนนี้ก็แปลก ได้เช่นเดียวกัน

แต่ทุกคนอาจไม่ได้รู้สึกเหมือนกับเรา อย่างงี้พี่ว่าเป็นเรื่องของธรรมชาตินะ จะให้ถูกใจทุกคนเป็นไปได้ไง E33

แต่เมื่อไหร่ที่ทุกคนลงมติว่า---> อืม ไอ่นี่แปลก คุยอะไรกับเค้่าดีหว่า อันนี้แหล่ะน่ากลัวว่าโปรจะไม่ให้ผ่านอ่า

                                           ปกติไม่ใช่คนขี้เห่อ

Offline omskygangster

  • ATT01/08
  • เสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่
  • ***
  • Posts: 893
สายตามีผล แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของการเป็นนักบิน ผมเห็นเพื่อนๆพี่ๆหลายคนที่ตาสั้น ใส่แว่น ใส่เลนส์ ก็เป็นนักบินได้ เก่งๆทั้งนั้น เค้าให้สั้นได้เท่าไหร่ มันก็เท่านั้นล่ะครับ ถ้าน้องตาสั้น ตอนมาตรวจร่างกายเค้าก็ให้เอาแว่นมาด้วย พี่จำตัวเลขไม่ได้ว่าเค้าให้สั้นได้เท่าไหร่ รอคนรู้มาตอบอีกที แต่ว่านะ สอบผ่านแล้วตาสั้นถ้าไม่เกินเกณฑ์มันก็ผ่านอยู่ดี สอบไม่ผ่านแล้วตาดีมันก็ไม่ผ่านเหมือนกัน ตอนนี้เอาเวลาไปเตรียมตัวเรื่องอื่นให้พร้อมเถอะครับ ส่วนเรื่องสายตา ถ้ากลัวนักก็รักษาหน่อย อ่านหนังสือที่ๆแสงสว่างเพียงพอ อย่าเล่นเกมส์เล่นคอมมากไปก็แล้วกัน โชคดีครับ

Offline ViNcEnT

  • ATT01/08
  • เสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่
  • ***
  • Posts: 618
พี่เป๋งครับ ผมก็รู้สึกแปลกๆกับตัวเองเหมือนกันครับเนี่ย ทำไงดี

Offline FP 1

  • ATT01/08
  • ราชาเทวะ
  • ***
  • Posts: 1,025
ผมรู้สึกว่า(พี่)เป๋งนี่แปลกที่สุดอ่ะครับ เพื่อนๆว่าไง  E06

Offline golf307

  • FLY away
  • ขุนศึก 9 ทัพ
  • ***
  • Posts: 308
ผมก้อว่าแปลก  ทั้งกระทู้ ฮฺๆ O30

แต่ว่า น้องอยู่ ม.3 แต่กังวนเพือไปอีก 8-9ปีข้างหน้า   O19 O15

ผมว่าน้องเขาเป็นคนคิดการไกล จิงๆ ฮิๆๆๆๆ  O28

Offline DuraSail

  • จิตใจของฉันแข็งแกร่งดั่ง
  • ATT01/08
  • ราชาเทวะ
  • ***
  • Posts: 2,597
ผมรู้สึกว่า(พี่)เป๋งนี่แปลกที่สุดอ่ะครับ เพื่อนๆว่าไง  E06

ไม่แปลก ไม่ใช่พี่สิครับน้องแฉ่ง (ว่าแต่เงินกู้น่ะ ฝากด้วยนะพ่อคนค้ำ อิอิ O30)

                                           ปกติไม่ใช่คนขี้เห่อ

Offline bigthemaster

  • ทหารเลว
  • *
  • Posts: 33
เขาบอกว่ามันจะมีวิธีผ่าตัดที่ไม่เสีย ตัง เท่ากับทำ เลสิข แต่จะน้ำตาไหล พรากๆ อันนั้นเขาเรียกว่า อะไรหรอ ครับ เดี๋ยวผมมาดูนะครับ

Offline Athrun

  • ขุนศึก 9 ทัพ
  • ***
  • Posts: 294
^
^
^
ตอบให้นะครับ  E25

เรียกว่า PRK ครับ

PRK คืออะไร ?
PRK คือ วิธีการรักษาสายตาสั้นด้วยการใช้แสงเลเซอร์ ในช่วงทศวรรษที่ 80 และใช้มาจนถึงปัจจุบันต่อมาช่วงทศวรรษที่ 90 จึงเริ่มมีวิธีการ ทำโดยวิธีเลสิกมาใช้ในการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ ความนิยมของ PRK จึงลดน้อยลงไปบ้าง   PRK  ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีข้อดีหลายประการและเหมาะสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดบางประการในการรักษา

การรักษาด้วยวิธี PRK  แตกต่างกับการรักษาโดยวิธีเลสิค คือ
 การรักษาด้วยวิธี PRK นั้น จะไม่มีการแยกชั้นกระจกตา เหมือนวิธีเลสิค แต่จะใช้แสงเลเซอร์ รักษาปรับแต่งความโค้งของกระจกตาโดยตรง เพื่อแก้ไขความผิดปกติ ของสายตา สั้น ยาว เอียง ได้ตามความต้องการ    
การพิจารณาวิธีการเลือกใช้การรักษา โดย PRK  ในกรณี
 1. คนไข้มีภาวะสายตาสั้น ไม่เกิน 800
 2. มีภาวะกระจกตาบาง (ไม่สามารถเปิดผิวกระจกตาโดยวิธีเลสิคได้)
 3. มีภาวะตาแห้งกว่าปกติ
 4.  มีเหตุผลทางอาชีพบางอาชีพ เช่น นักบิน , ทหาร

ขั้นตอนการรักษาด้วยวิธี PRK
1. ขั้นตอนการตรวจและประเมินสภาพสายตา
2. ลอกผิวกระจกตา ชั้น Epithelium  ออกบาง ๆ  ลักษณะคล้ายแผลถลอกโดยปกติแล้ว ชั้นกระจกตา Epithelium  นี้จะสามารถงอกสมานได้ดีดังเดิมตามธรรมชาติ
3. แพทย์จะใช้แสง excimer laser  ไปปรับแต่งความโค้งและรูปร่างของผิวกระจกตาของท่าน  ใช้เวลาในการปรับแต่งกระจกตา ข้างละไม่เกิน 1 นาที
4. เมื่อเสร็จแล้วแพทย์จะใส่คอนแทคเลนส์ไว้ เพื่อลดการระคายเคืองของตา
5. หลังจากการทำผ่าตัดแพทย์จะนัดมาดูแผลเป็นระยะ ๆ และนัดถอดคอนแทคเลนส์ ประมาณ 3-4 วัน หลังผ่าตัด (โดยที่แพทย์จะต้องตรวจให้แน่ใจว่าแผลได้สมานกับมาดีดังเดิมแล้ว)

การดูแลหลังทำ PRK
  หลังทำเสร็จแพทย์จะใส่ฝาครอบตาไว้ตลอดคืนห้ามเปิดออกในคืนแรกของการรักษา  ห้ามขยี้ตาจนกว่าจะพบแพทย์ในวันรุ่งขึ้น ท่านจะต้องใส่ฝาครอบตาทุกคืน เป็นเวลา 7 คืน เพื่อป้องกันการเกาและขยี้ตาตอนกลางคืน ส่วนกลางวันท่านอาจสวมแว่นตาเพื่อป้องกันดวงตาจากแสงแดด ฝุ่นละออง และการถูกกระแทก

 หลังผ่าตัดวันแรก แพทย์จะตรวจดูความเรียบร้อยของแผล   และแนะนำวิธีการดูแล ดวงตาของท่าน

  วันที่ 3 หรือ 4 ของการรักษา  แพทย์จะนัดมาตรวจความเรียบร้อยของแผลเมื่อแผลหายสนิทดีแล้ว แพทย์จะถอดคอนแทคเลนส์ออก
  7 วัน แรกหลังทำ ห้ามล้างหน้าและน้ำเข้าตาโดยเด็ดขาด

  ต้องใส่ที่ครอบตาไว้ตลอด 7 คืน ถ้าท่านจะว่ายน้ำหรือดำน้ำ ควรรออย่างน้อย 4 สัปดาห์ หรือ ได้รับการอนุญาตจากแพทย์
 
อาการหลังทำ PRK
      วันแรกหลังทำ PRK  ท่านอาจมีอาการแสบตาระคายเคืองตาลืมตาไม่ขึ้น สู้แสงไม่ได้ น้ำตาไหล มองเห็นภาพไม่ชัดเจน ซึ่งระดับอาการจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

  หลังการทำ 2-3 วัน อาการระคายเคืองตาจะดีขึ้นกว่าในวันแรก แต่การมองเห็นยังไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากการสมานตัวของกระจกตา ยังไม่ดีเท่าที่ควร บางท่านอาจรู้สึกเหมือนมีฝุ่นผงเล็ก ๆ อยู่ในตา

  หลังจากที่แพทย์ถอดคอนแทคเลนส์ออก อาการระคายเคืองตาจะดีขึ้นอย่างมาก ส่วนกระจกตาจะหายสนิทดี ใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ ซึ่งการมองเห็นจะดีขึ้นเรื่อย ๆ จนเข้าสู่ระดับปกติ

ข้อดีของการทำ PRK
1. ช่วยลดภาวะตาแห้งและเป็นทางเลือกของผู้ที่มีน้ำตาน้อย
2. เหมาะสำหรับเป็นทางเลือกผู้ที่มีปัญหากระจกตาบาง
3. วิทยาการใหม่ๆจะช่วยเรื่องลดการเกิดฝ้าหลังการทำ PRK
4. ไม่มีปัญหาภาวะแทรกซ้อนในการแยกชั้นกระจกตา
 
ปล. ดูเค้าจะเครียดเรื่องสายตาจริงๆนะครับ...เครียดเกินไปหรือเปล่าครับ  O30
« Last Edit: 11 January 2010, 22:20:32 +07 by Athrun »

Offline bigthemaster

  • ทหารเลว
  • *
  • Posts: 33
แล้ว PRK กับ เลสิข อันเดียวกันไหมครัม ครับ แล้ว อันไหนมันถูกกว่ากัน

Offline DuraSail

  • จิตใจของฉันแข็งแกร่งดั่ง
  • ATT01/08
  • ราชาเทวะ
  • ***
  • Posts: 2,597
แล้ว PRK กับ เลสิข อันเดียวกันไหมครัม ครับ แล้ว อันไหนมันถูกกว่ากัน

คนละอัน ทำได้ทั้งคู่ แต่ไม่รู้ราคาคับ

                                           ปกติไม่ใช่คนขี้เห่อ