Author Topic: รีวิวสอบ SP TAA (2017)  (Read 9729 times)

0 Members and 2 Guests are viewing this topic.

Offline guneng123

  • ประชาชน
  • Posts: 9
รีวิวสอบ SP TAA (2017)
« on: 12 March 2018, 21:29:54 +07 »
“รีวิวสอบ Student Pilot Thai AirAsia 2017 (SPTAA9) ”


สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแชร์ประสบการณ์สอบนักบินของสายการบินไทยแอร์เอเชียในช่วง1ปีที่ผ่านมา อยากจะเป็นกำลังใจ แรงบันดาลใจ ให้ทุกคนที่กำลังไล่ตามความฝันในการเป็นนักบินครับ
   เริ่มต้นจากช่วงจบปี3ที่มหาลัย ผมได้ไปฝึกงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ เจอบรรยากาศการทำงาน ได้เห็นเครื่องบิน ทำให้เริ่มสนใจในอาชีพด้านการบิน จากนั้นก่อนจบปี4 การบินไทยก็ได้มาจัดRoadshow อาชีพนักบินที่มหาลัย ได้รู้ เข้าใจ ในการจะเป็นนักบินพาณิชย์นั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่จำเป็นต้องจบทหาร  เป็นพลเรือน แค่จบปริญญาตรีก็สามารถเป็นนักบินได้ ไม่จำกัดว่าต้องจบวิศวะมา(แต่ผมก็จบวิศวะนะ555) มีเพื่อนๆที่ติดหลายคนจบบัญชีบ้าง เศรษฐศาสตร์ก็มีนะครับ หลังจากนั้นผมจึงเริ่มศึกษาข้อมูลเพื่อเตรียมตัวสอบ
ข้อมูลคร่าวๆนะครับ
จบปริญญาตรี สาขาใดก็ได้
คะแนนภาษาอังกฤษ(Toeic) ขั้นต่ำ 650 คะแนน
ผู้หญิงก็เป็นนักบินได้นะครับ สมัยนี้ไม่ปิดกั้นแล้ว หลายๆสายก็เริ่มมีรับผู้หญิง เช่น Thai AirAsia ก็เปิดรับ 555 โปรโมทซะเลย
ส่วนสูง บางที่ก็รับ165 บางที่ก็163 อยากให้ลองมาสอบ แล้วค่อยให้คุณหมอตัดสินอีกทีครับ
อายุ บางที่จะไม่เกิน30 บางที่ก็28ปี ครับ

ตอนเตรียมตัวสอบชอบอ่านประสบการณ์สอบต่างๆของรุ่นพี่ที่เคยสอบกันมา เราก็จะได้เตรียมตัว ได้รู้ว่าคนที่สอบผ่านนั้นเขาทำกันยังไง ส่วนตัวก็ไม่ได้เป็นคนที่เก่ง แต่ชอบแบ่งปัน ภาษาอังกฤษนี่ตอนอยู่มหาลัยเป็นคนเรียนดีก็เลยได้ D  แต่อยากเป็นนักบิน เออ ใครจะทำไม 5555 ทำให้เตรียมตัวเต็มที่ ตั้งใจ200% 


การจะเป็นนักบิน หลักๆก็มีสองทางดังนี้

1.SP (Student Pilot) ทุนสายการบิน = เรียนทั้งหมด2ปี แบ่งเป็น เรียนที่โรงเรียนการบินขับเครื่องบินใบพัด1ปี ได้CPL หรือ Commercial Pilot Licence (พูดง่ายๆคือใบขับขี่เครื่องบินนั่นเอง) หลังจากนั้นเราต้องมาเรียนที่สายการบินอีกประมาณ1ปี

2.QP (Qualified Pilot) ไปเรียนบินมาเอง(ทุนส่วนตัว) ได้CPL แล้วมาสอบของสายการบิน และเรียนที่สายการบินอีกประมาณ1ปี

ทั้งSPและQP เมื่อเรียนจบมาเเล้วจะเป็นCo-pilot (นักบินผู้ช่วย) เก็บชั่วโมงบิน เพื่อเป็นกัปตันต่อไป

   การสอบSP มีหลายๆสายการบินที่เปิดรับสมัครในแต่ละปี เช่น การบินไทย แอร์เอเชีย ไทยสมาย ไลอ้อนแอร์ ฯลฯ ก็ต้องคอยติดตามข่าวสารเพราะแต่ละสายการบินจะเปิดรับสมัครในเวลาต่างกัน

การสอบSPหลักๆจะมี 3 รอบ
1.ข้อเขียน
2.สัมภาษณ์โดยกัปตันของสายการบิน
3.เวชศาสตร์ (ตรวจร่างกาย+จิตวิทยาการบิน)
ถ้าของการบินไทยก็จะมีรอบจิตวิทยาของProfessor จากสวีเดนเพิ่มมา





ของแอร์เอเชียร์ปีนี้มีสอบ 4 รอบ
1.ข้อเขียน
2.การสอบ Personality Test (การทดสอบบุคลิกภาพ) และ Group Test (การทดสอบกลุ่ม)
3.สัมภาษณ์โดยกัปตันของสายการบิน
4.เวชศาสตร์

SPของแอร์เอเชียรุ่นที่ 9 (2017) รอบข้อเขียน
สอบเต็มวัน แบ่งสอบ เช้า-บ่าย คนสอบจะอยู่ประมาณ1500-2000 คน (ทุกๆสายการบินจำนวนผู้สอบจะประมาณนี้)

1.เลข ฟิสิกส์ รวมกันในชุดแรก มี100ข้อ (การให้คะแนนคือทำถูก +2 ผิด -1)
        ถือว่าหินพอสมควร ออกเหมือนข้อสอบ PAT สอบเข้ามหาลัยเลยทีเดียว
(บางปีก็ไม่ถึงกับข้อสอบPATนะครับ แต่ก็เตรียมไปเยอะๆ จะได้ทำได้ทุกแบบ)
เนื้อหาออกครบทุกบทของ ม.ปลาย การเตรียมตัวก็จึงต้องตั้งใจเป็นพิเศษ ด้วยความที่ห่างหายไปนาน ผมใช้เวลาอ่านเตรียมตัวประมาณ3-4เดือน
   เทคนิคส่วนตัวคือ ใช้การจดสรุปสูตรใส่ในA4 ไว้มาท่อง มาดู เพราะเนื้อหาเยอะมาก ( แต่สมัยนี้สบาย ในyoutube มีสอนเต็มไปหมด ผมก็อาศัยดูจากตรงนั้นแก้เบื่อด้วย)
ตอนผมทำ เลือกทำไป 60ข้อจาก100 แบบมั่นใจ 90%
ถ้าจะให้แนะนำ สำหรับคนไม่มีเวลา เน้นอ่านเฉพาะบทที่เข้าใจจริงๆ ไม่งั้นจะกลายเป็นพอเราจำทุกบท บทที่ง่ายๆกลายเป็นลืม ส่วนฟิสิกส์ให้เน้นบทแรงและการเคลื่อนที่ต่างๆ ห้ามพลาด ต้อง100%

2.ภาษาอังกฤษ 100ข้อ
บางคนก็บอกยากกว่าTOEIC มีerror มาให้ตกใจนิดๆ ส่วนตัวก็ไม่เก่งมาก คะแนนโทอิคได้740
ทำไป 75/100 มั่นใจ 80%
ข้อแนะนำ ภาษาต้องค่อยๆสะสม ต้องใช้เวลา ท่องศัพท์เยอะๆ

3.Aptitude Test มี 6 part
มาถึงข้อสอบความถนัด ด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการคำนวณ การมองภาพ2มิติ3มิติ พวกการหมุนลูกเต๋า เหมือนพวกข้อสอบวัด IQ EQ ความยากง่ายก็แล้วแต่ความถนัด
สามารถหาได้ในgoogle เช่นกันครับ
(ไม่เรียงpartนะครับ เพราะผ่านไปนานพอสมควร 555)
1 logic gate มี20ข้อ ทำครบครับ
(ไม่เคยเจอมาก่อนครับ แนะนำให้ทำความเข้าใจโจทย์ให้มากที่สุดเพราะ เขาก็ให้เวลาเราพอสมควรในการอ่านโจทย์)
2 mechanic ทำได้ไม่ถึงครึ่ง (เป็นเชาวน์ฟิสิกคล้ายๆ ที่สอบไปก่อนแล้ว แต่อันนี้35ข้อ 10นาที ไม่ทันจ้าไม่ทัน)
3 หมุนกล่อง 20ข้อ ทำครบ
4 เป็นเหมือนกล่องไม้ต่อๆกัน แบบเกมส์ตึกถล่ม Jenga ประมาณ20-25ข้อ ทำครบ
5 mathematic ประมาณ20ข้อ ทำไม่ถึงครึ่ง (เป็นโจทย์เชาวน์คณิตศาสตร์ แค่อ่านโจทย์ก็จะหมดเวลา 555)
6 hidden figures 20ข้อ ทำไปไม่ถึงครึ่ง (เป็นรูปภาพซ่อนอยู่ในเส้นเยอะๆ ตาลายเลย 5555)

ข้อสอบaptitude จะเป็นข้อสอบที่แข่งกับเวลา (บางpart คือไม่มีทางทำได้ทัน) ทำให้มีความกดดันเข้ามา
สามารถฝึกลองทำได้ ในgoogle มีเยอะมากๆ
เกณฑ์หลักการทำข้อสอบคือ ทำเฉพาะข้อที่มั่นใจ ไม่เสียเวลากับข้อใดข้อหนึ่งนานจนเกินไป ทำเสร็จคือเสร็จ ไม่มัวไปคิดว่าทำไมถึงทำได้น้อย มันจะทำให้partต่อๆไปเสีย  ที่สำคัญมากมากคือ ***ฟังคำอธิบายให้เข้าใจ***


ขออนุญาตยกคำพูดที่ผมชื่นชอบของพี่ ธันวา จำปาภา SPTAA รุ่นที่5 จากบทความSP-Experience “เล่าสู่กันฟัง...จากประสบการณ์ศิษย์การบิน”
   “งานที่ต้องดูแลชีวิตคนอื่นเกือบ 200 ชีวิตนั้น  เป็นธรรมดาที่เราต้องการคนเก่ง  แต่เก่งอย่างเดียวไม่พอต้องรอบคอบด้วย  หากในการทำข้อสอบแต่ละวิชานั้น  คุณมีความสามารถในการทำให้ถูกหมดทุกข้อ  จงทำเถอะครับ  เรารับคุณแน่  แต่สำหรับคนที่เข้ามาทำมั่ว แล้วหวังให้คะแนนผ่านเกณฑ์  จงมาลองเถอะครับ  คุณจะได้รู้ว่านักบินมั่วไม่ได้  ในกรณีที่คนทำมั่ว 100 ข้อ ได้ 30 คะแนน กับคนที่ทำ 30 ข้อ แล้วได้ 30 คะแนน  เมื่อเราต้องการอีกเพียง 1 คน แน่นอนว่าคนที่ ทำ 30 ข้อ ได้ 30 คะแนนจะมีสิทธิ์เข้าไปรอบสัมภาษณ์  เพราะฉะนั้นแล้ว ทำให้ได้มากที่สุดด้วยการพิจารณาที่รอบคอบประกอบกับการวางแผนบริหารเวลาให้ดีที่สุด”
+++สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ในLink นี้ครับ http://www.thaiairasia.co.th/pilot/?page_id=1571


Personality Test + Group Test + Captain Interview
   หลังจากสอบข้อเขียน คนผ่านมารอบนี้จะประมาณ160-170คน ซึ่งหายไปเยอะมาก
วันสอบpersonality test กับ group test จะสอบในวันเดียวกัน สอบที่สำนักงานของแอร์เอเชียที่ดอนเมือง จะเจอพี่ๆนักบิน ลูกเรือ  บรรยากาศมันช่างน่ามาอยู่ซะจริงๆ 555
ช่วงเช้าจะสอบ personality test เป็นการวัดบุคลิกภาพ ข้อสอบเกือบ200ข้อ
คำถามเช่น คุณเป็นคนชอบทำงานอย่างเป็นขั้นตอน คำตอบก็จะเป็นกากบาท 1ใช่ 2ไม่ใช่ 3เฉยๆ
ทำเพลินๆ จนเสร็จ แวะกินข้าวเติมพลัง
ตอนบ่ายมาสอบ Group Test กันต่อ ปีนี้เป็นปีแรกที่แอร์เอเชียมีสอบรอบ Group Test การสอบประมาณ1ชม โดยจะแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ8คน เข้าไปนั่งในห้องที่มีกรรมการ จำนวนพอๆกับผู้เข้าสอบ (กรรมการก็คือพี่ๆนักบินนี่แหละครับ)
การสอบก็จะวัดการทำงานร่วมกับผู้อื่น มีการทดสอบหลายๆอย่าง มีความกดดันเข้ามา เป็นเหมือนการจำลองการทำงานร่วมกัน บางคนไม่ฟังคนอื่นเลยความคิดฉันถูกต้องที่สุด บางคนเหม่อไม่สนทีมเลยก็อาจจะตกไป การเตรียมตัวไม่มีอะไรมาก คนมีประสบการณ์ทำงานอาจจะคุ้นเคยกับบรรยากาศนี้ครับ

โดยรวมคือได้ไปรู้จักเพื่อนร่วมความฝันเพิ่ม สนุกดีครับ




Captain Interview
สถานที่สอบที่เดียวกัน
จำได้ว่าตื่นเต้นมากๆ ผมมาถึงก่อนเวลา มีห้องให้รอ ก็นั่งคุยกับเพื่อนๆ ทำความรู้จักกันไว้ พอถึงเวลา กัปตันจะมาเรียกเราเข้าไปสัมภาษณ์
ก่อนเข้าไปเคาะประตู
เปิดประตูเข้าไปเจอกัปตันนั่งเรียงกัน 4คน เราก็สวัสดีกัปตันทุกคน
จะมีกัปตันหนุ่มๆ ดูกวนๆ
กัปตันมีอายุ ใจดี คอยคุยกับเรา
อีก2ท่าน มีอายุ จะไม่ค่อยคุย จะคอยกดดันอย่างเดียว
เริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว ภาษาอังกฤษ พอสักพัก มันอาจจะดูง่ายไป กัปตันหนุ่มให้อธิบายจังหวัดบ้านเกิดเป็นภาษาอังกฤษ 3นาที (เอาแล้ว มาแปลก)
จากนั้นกลับมาคุยทั่วไป(ภาษาไทย)เกี่ยวกับตัวเรา ครอบครัว
เครื่องบินบินได้ยังไง
รู้จักอะไรเกี่ยวกับTAA
Wing tip?
ทำไมอยากเป็นนักบิน
จำตาราง6x6
ในตารางก็มีตัวเลข 3หลัก บางช่องเป็นรูป บางช่องเป็นภาษาอังกฤษ
คั่นด้วยตัวต่อ ต่อไป3รูป ระหว่างต่อมีคำนวณคือถามปากเปล่าเช่น มีหัวหมูกับหัวไก่รวมกันได้เท่านี้หัว จะมีหมูกี่ตัว ไก่กี่ตัว
เขียนตารางที่จำมา
เดินจุด มีแบบสีและรูปทรง ระหว่างเล่นก็ชวนคุย มีคำนวณครับ
เล่นเกมส์ multitask 3 อย่าง(อธิบายไม่ถูก เกมส์จะประมาณนี้ครับ http://multitaskgames.com/multitask-game.html ระหว่างเล่นก็ชวนคุยเช่นกัน)
โดยรวมจะกดดัน เฮฮานิดๆ  แต่จะมีทดสอบเราเวลาพลาดหรือเวลากดดันเยอะพอสมควร
ระยะเวลา 1 ชม.

รอบสุดท้าย เวชศาสตร์
หลังจากpersonality test ,group test,captain interview เหลือคนผ่านมารอบนี้100คน
เวชศาสตร์ จะประกอบด้วย 3รอบ
1.group test (ข้อเขียน ไม่ใช่สอบกลุ่มนะจ้ะ)
2.individual test(สอบตัวๆกับนักจิตวิทยา)
3.medical check up(ตรวจร่างกาย)


1.group test (ไม่ใช่สอบกลุ่ม)
ชื่อgroup test แต่เป็นสอบเดี่ยวนะ 555 สอบpaper
แบ่งสอบจาก100คน เป็น60/40
สอบเป็นข้อสอบaptitude testเหมือนตอนรอบข้อเขียนเลยครับ มีประมาณ10กว่าชุด ความยากคิดว่าไม่ยากเท่ารอบข้อเขียน
ต้องมีสติครับ ไม่งั้นหลุดแน่ๆ กินแรงพอสมควร ในgoogle มีเช่นกันครับ 5555 โพยเยอะจริงๆ
ถ้าจะให้ยกตัวอย่าง ก็จะเป็น
คิดเลข แข่งกับเวลา
การหมุนลูกเต๋า
Series number/picture เช่น 1 3 5 7 9 …  ตอบ 11 13 15 บลาๆ
**scanning** (มี2-3ชุด)
พอเสร็จหมดแล้วจะมี personality test อีกครั้ง เหมือนตอนที่ทำรอบก่อนครับ 200กว่าข้อ
ตอบให้เป็นตัวเอง เพราะมันก็อาจจะมีคำถามซ้ำ ถ้าโกหกหรือหลอกตัวเองอยู่ ความล้าสะสมจะทำให้ตอบไม่เหมือนเดิมได้
จบหมด เขาก็จะนัดวันเรามาสอบแบบเดี่ยวกับคุณหมอนักจิตวิทยา (Individual test)


2.individual test
หลังจากนัดวันเรียบร้อย สอบวันหนึ่งประมาณ5-6คน
มาถึงให้ทำ Personality test 200กว่าข้อเช่นกัน ถ้าโกหก หรือหลอกตัวเองนี่ ตายแน่นอน
นั่งๆทำไปถ้าถึงคิว เขาก็จะให้พักpaperก่อน แล้วไปสอบกับคุณหมอ โดยจะมี 2 รอบ

1.คุยกับคุณหมอ
 ก็คุยกันทั่วๆไปครับ เหมือนตอนสัมภาษณ์รอบกัปตัน
ชื่ออะไร ที่บ้านทำอะไร ทำไมอยากเป็นนักบิน จากนั้นจะเริ่มทดสอบเราแบบจริงจัง
ความรู้สึกที่ต่างกับตอนสัมภาษณ์กับกัปตัน คือรอบนี้คุยน้อยกว่า เน้นskillเราเลย
(จะจับเวลาตอนเราคิดทุกข้อ ทุกเกมส์)
-ต่อลูกเต๋าแบบ2*2 / 3*3
-series picture เริ่มจากง่ายจนไปถึงทำไม่ได้
-ตาชั่ง หาในgoogleคำว่า balance bender
-จะมีรูปหลายๆรูปทรง ให้ประกอบเป็นรูปโจทย์ ประกอบในหัว การตอบก็คือให้ตอบว่า มีรูปทรงไหนที่ต่อรวมกันจะได้เป็นตามโจทย์
-คุณหมอจะพูดตัวเลข มา ตั้งแต่ 3-10ตัว เราก็พูดตามเช่น 5 1 4 7 8 9 ก็ตอบ 5 1 4 7 8 9 ไปเรื่อยๆ
สักพักเปลี่ยนให้เราทวน ก็จะตอบ 9 8 7 4 1 5 อย่าสติหลุดนะครับ
-คิดเลขในใจ เป็นสไตล์ Gmat ยากง่าย ผสมกัน เช่น
15%ของ 60 เป็นเท่าไหร่
มีเงิน 20,000 เดือนหน้ามีเพิ่มมา10% เดือนถัดไปเพิ่มอีก 5% สุดท้ายมีเงินเท่าไหร่
-เดินจุด อันนี้สนุกครับ เพลินๆ จนจบ

2.เล่นจอย บังคับเครื่องบิน
ตามชื่อครับ มีจอย ให้บังคับเครื่องบินรบ ไปยิงเป้าหมาย จากนั้นจะมีคำถาม pop-up ขึ้นมา
20ข้อ แต่ละข้อมีเวลาประมาณ10วิ แล้วเราก็จะเข้าโหมดเครื่องบินรบต่อ
**** ฟังคำสั่งให้ดี ห้ามเครื่องบินตก ห้ามสูงเกินกำหนด ****
คำถามมีทั้งยากและง่ายครับ เหมือนเล่นเกมส์


3.medical check up(ตรวจร่างกาย)
มาถึงด่านสุดท้ายครับ ตรวจร่างกายที่ รพ.ภูมิพล ก็จะแบ่งเป็นหลายๆ station แบ่งกลุ่ม 5-6 คน
ตรวจทุกอย่างครับ
-ตรวจปัสสาวะ
-เจาะเลือด
-วัดความดัน
-ตา (จะเยอะหน่อย ใส่แว่นมาสอบได้ครับ ถ้าสั้นไม่เกินที่กำหนด , ทำเลสิกได้ ต้องทำมาไม่ต่ำกว่า1ปี , มีทดสอบตาบอดสี )
-วัดการได้ยิน
-ตรวจฟัน
- X-ray ปอด
-คลื่นไฟฟ้าหัวใจ
-เป่าปอด วัดความจุของปอด
-วัดความสูง ความยาวแขน-ขา
-ตรวจภายใน (จับไข่) 5555
- คุยกับคุณหมอ

เรียบร้อยทุกขั้นตอนครับ หลังจากนี้ก็รอประกาศผล 
ทำให้เต็มที่ แล้วจะไม่เสียใจที่ได้ทำ
"Follow your passion, be prepared to work hard and sacrifice, and, above all, don't let anyone limit your dreams." - donovan bailey

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะครับ นั่งพิมพ์อยู่หลายวันเลย
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อย
ขอให้โชคดีครับ

ขอบคุณ แหล่งรวบรวมข้อมูลการสอบนักบิน
www.saknid.com 
Facebook fanpage : tailwind ลมส่งท่าย / แก้ลม / นักบินหญิง / บันทึกไม่ลับของคนขับเครื่องบิน / Inside Cockpit / ฯลฯ

Offline kahohnoy

  • ประชาชน
  • Posts: 2
Re: รีวิวสอบ SP TAA (2017)
« Reply #1 on: 16 March 2018, 03:19:42 +07 »
ยินดีด้วยนะคะ ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์ดีดีค่ะ :)