Author Topic: แชร์ประสบการณ์การสอบนักบิน และบอกลา saknid.com  (Read 14665 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline kanawut

  • ขุนศึก 9 ทัพ
  • ***
  • Posts: 292
สวัสดีครับ เพื่อนๆพี่ๆ น้องๆที่มีความฝันเดียวกัน

ผมตั้งใจจะเขียนบทความนี้เพื่อเป็นการตอบแทนทีผมได้ความรู้จากเว็บนี้ เพื่อตอบแทนพี่ๆที่ผมเคยหลังไมค์ไปคุยบ่อยๆ เพื่อขอบคุณโปรเฟสเซอร์ Kenth Johansson ผู้ที่ทำให้ผมมีโอกาสพัฒนาตัวเอง และเพื่อเป็นแนวทางให้น้องๆต่อไป

ปี 2010 ผมรู้จักเว็บนี้ได้โดยบังเอิญ ขณะนั้นผมเรียนอยู่ปี 3 ด้วยความฝันอยากเป็นนักบินตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้ปี 2011 เมื่อกอง BI มาจัดแนะแนว ผมก็ได้ไปร่วมงาน และได้สมัครสอบเมื่ออยู่ปี 4 สอบครั้งแรกผมกาไป 35 จาก 100 ข้อ เมื่อประกาศผลว่าผมผ่านข้อเขียน ผมดีใจมาก หลังการตรวจร่างกาย ผมทราบว่าเกรดของปี 4 ออกไม่ทันกำหนดของการบินไทย ทำให้ต้องโทรมาสละสิทธิ์สอบสัมภาษณ์กัปตัน แต่เมื่อประกาศรายชื่อผู้ผ่านการตรวจร่างกาย กลับมีชื่อผมอยู่ด้วย ผมก็เลยคิดว่าลองไปดูสักตั้งคงไม่เสียหาย เมื่อไปถึงก็ได้คุยกับพี่ๆทีมงาน ก็เลยทราบว่า ถ้าผมสอบสัมภาษณ์กัปตันผ่าน แต่เกรดออกไม่ทัน ก็จะโดนแบนสามปีอยู่ดี ผมเดินออกมาด้วยความเสียดายเพราะไม่รู้ว่าปีหน้าผมจะมีโอกาสเข้ามายืนตรงนี้อีกหรือไม่

ปี 2012 เนื่องจากรู้แนวข้อสอบแล้ว ทำให้ผมอ่านหนังสือตรงจุดมากกว่าเดิม ทำข้อเขียนไป 75 ข้อ ปีนี้ผมเข้ามาถึงรอบเล่นเกม+สัมภาษณ์เดี่ยวกับโปร มันเกินความคาดหมายของผมไปมาก สำหรับเด็กเพิ่งจบ เริ่มงานได้ 2 อาทิตย์ แต่มาสอบรอบที่คนลือกันว่ายากนักหนาที่จะเข้ามาได้ ผมได้สัมภาษณ์กับโปร Kenth Johansson ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงาน เมื่อสัมภาษณ์เสร็จ คำพูดสุดท้ายของโปรคือ You're lucky to be here, hope for the best. ผมคิดว่า ผมทำได้ดีพอตัว น่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด

แต่แล้ววันที่ประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือกจาก SIAP ผมก็ได้รู้ความจริงว่า สิ่งที่ผมคิด ผมมั่นใจมาตลอดนั้น มันผิดไปโดยสิ้นเชิง ในประกาศ ไม่มีชื่อผมอยู่ ผมผิดไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ตอนนั้นผมยังไม่ทราบจริงๆว่าเพราะอะไร ผมเฟลไป 3-4 วัน ผมโกรธโปร ว่าทำไมต้องพูดจาให้ความหวังกันด้วย

อย่างไรก็ดี ผมยังพอมีความหวังอยู่บ้าง เพราะปีนั้นเป็นปีแรกที่จะมีการส่งรายชื่อไปเป็นศิษย์การบินของไทยสมายล์ด้วย มีข่าวว่ารายชื่อจะออกมาทีหลัง ผมตั้งใจรอ แต่มันก็ไม่มีชื่อผมอีก คราวนี้ผมกลับมาคิดทบทวนแล้วว่า มันมีอะไรบางอย่างผิดจากที่เราคิดจริงๆ และผิดไปมากๆ มากจริงๆ

ปี 2013 เวลาผ่านไป 8 เดือน นับแต่เริ่มทำงานประจำที่แรก ผมคิดถึงวันที่ผมสัมภาษณ์กับโปร Kenth Johansson และผมก็ได้รู้ว่า ถ้าผมมีโอกาสคุยกับท่านอีก ผมจะเปลี่ยนคำตอบที่เคยให้ไว้ สิ่งที่ผมเคยตอบไปนั้น มันช่างฟังดูอ่อนต่อโลกจริงๆ ผมไม่รู้สึกโกรธท่านแล้ว ผมขอบคุณท่านที่ให้โอกาสผมสำรวจข้อบกพร่องของตัวเอง เขาให้เวลาเรา เพื่อเราจะได้มีอะไรไปเล่าให้เขาฟังในอีกสามปีข้างหน้า บางทีเราอาจจะคิดอะไรได้มากกว่านี้อีกก็ได้

ปีนี้ผมสอบนักบินหลายที่ แอร์เอเชีย บางกอก ตกรอบแรกทั้งหมด และสอบ ATC ของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ผมสอบ ATC ผ่าน ลาออกจากงานเดิมช่วงปลายปี 2013 ผมคิดว่า อย่างน้อยเราก็ได้เข้าใกล้ความฝันไปอีกขั้นก็ยังดี

ปี 2014 ปีนี้ผมสอบข้อเขียนของแอร์เอเชียผ่าน และผ่านข้อเขียนบางกอกเข้าไปเป็นตัวสำรองรอตรวจร่างกาย ผมได้ข้อคิดดีๆจากท่านกัปตันของแอร์เอเชียในการสอบสัมภาษณ์ และได้เล่นจอยสติ๊ก ทำให้ผมเข้าใจหลักการของมัน (และก็คิดได้อีกว่าตอนเล่นจอยโปรนั้นผมก็ทำได้ไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับครั้งนี้) ผมตกสัมภาษณ์แอร์เอเชีย แต่ก็ทำใจไว้แล้ว เลยไม่อะไรมากนัก

เดือนสิงหาคม ผมได้รับข่าวร้าย คือ ข่าวการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของโปรเฟสเซอร์ Kenth Johansson ผมเสียใจที่ผมจะไม่มีโอกาสกลับไปกล่าวขอบคุณท่านในปีหน้า ผมไม่อยากเชื่อว่าผมจะรู้สึกผูกพันกับคนคนนึงได้มากขนาดนี้ ทั้งที่คุยกันไม่ถึงสองชั่วโมง ภาพทุกอย่างที่ได้คุยกันมันย้อนกลับมาในหัวผม ทั้ง แววตา ท่าทาง น้ำเสียง

ส่วนบางกอกแอร์นั้นได้ยกเลิกตัวสำรองทั้งหมด ไปสอบใหม่ปี 2015

ปี 2015 ผมอ่านหนังสือหนักกว่าทุกปี เพราะเป็นโอกาสครั้งท้ายๆของผมแล้ว ผมสอบบางกอก เข้าไปถึงรอบไฟนอล แต่ก็ตกทั้งทีมีโอกาส 50/50 ผมเสียใจ แต่ไม่นานนัก เพราะคิดว่าเสียใจไปมันก็เท่านั้น ออกแนวเสียดายเงินค่าตรวจร่างกาย และค่าเดินทางไปกลับมากกว่า (ผมออกมาประจำต่างจังหวัดแล้ว) ข่าวร้ายกว่าคือ การบินไทยไม่เปิดรับศิษย์การบินในปีนี้ โดนแบนไปฟรีๆอีกปีนึง

จนถึงตอนนี้ เพื่อนๆผมที่สอบมาด้วยกัน ติดปีกไปแล้ว 6 คน

ปี 2016 ด้วยความผิดหวังและเหนื่อยกับการสอบปีก่อน ผมเลยไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ ประกอบกับข้อสอบยากขึ้น ผมเลยตกบางกอกรอบแรก ต่อมามีข่าวดีจากการบินไทย ทำให้ผมกลับมาฟิตอีกรอบ ผมอ่านหนังสือมากกว่าเดิม เน้นส่วนที่เข้าใจให้คล่องขึ้น เน้นความระมัดระวัง ทำอะไรช้าลง แลกกับความถูกต้องที่มากขึ้น ลดความเสี่ยงทุกอย่างเท่าที่สามารถในทุกรอบของการสอบ อาหารการกิน การเดินทาง ผมเปิดห้องโรงแรมนอนในรอบแอพ และรอบสัมภาษณ์เดี่ยว คราวนี้ผมได้สัมภาษณ์กับโปรเฟสเซอร์ Lars Axelsson คำถามแรกที่โดนถามคือ รู้มั้ยว่าทำไมคราวก่อนถึงตก คำถามต่อๆมาก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันประกาศผลโปร ปี 2012 จนถึงตอนนี้ ว่าผมไปพัฒนาอะไรมาบ้าง มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ผมตอบเขาไปสี่ประเด็น บางประเด็นเป็นสิ่งที่ผมเข้าใจเมื่อเดือนก่อนนี้เอง

เมื่อประกาศผล ปรากฎว่า ผมไม่ผ่าน อีกแล้ว เมื่อถามเพื่อนอีก 4 คนที่เคยตกโปรรอบเดี่ยวมาแล้วแล้วมาสอบใหม่ก็ไม่มีใครผ่านเลย ทำให้ตอนนี้ผมมีความสับสนมากกว่าความเสียใจแล้วว่า ทำไมตกทั้ง 5 คนทั้งที่ทักษะหรือโปรไฟล์ของแต่ละคนก็ไม่ได้กระจอก อย่างน้อยมีสักคนที่แก้ไขข้อบกพร่องมาจนผ่านก็ไม่ได้เลยเหรอ แต่พอมานั่งคิดดีๆอีกสองสามวันก็พอจะรู้แล้วว่าความเหมาะสมที่เค้าว่าน่ะมันหมายถึงคุณสมบัติอะไร ที่ทั้ง 5 คนนี้ไม่ได้มี และมันไม่ใช่สิ่งที่ปรับปรุงได้ด้วย

ผมไม่ได้หมายความว่าคนที่ติดจะไม่มีประสิทธิภาพนะครับ แต่คนที่ติดต้องมีความเหมาะสมด้วย ถึงคุณจะเก่งมาก แต่ไม่เหมาะสม เขาก็ไม่เอา เขาเอาคนเก่ง+เหมาะสม ดีกว่า อย่างที่ท่านกัปตันมารุตกล่าวอยู่บ่อยๆ

ผมไม่ได้โกรธหรือโทษใครแล้ว ผมแค่เสียดายเวลา,แรงที่ลงไป อย่างไรก็ดี ผมมาเขียนกระทู้นี้ก็เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสมหวังถ้ามีความตั้งใจ เราควรอยู่กับความจริงและยอมรับมันให้ได้ คนที่ตกโปรแล้วมาสอบซ้ำ ไม่มีใครมาลองเล่นๆ แต่ถ้าเราไม่ใช่คนประเภทที่เขาอยากได้ เราก็ต้องยอมรับผลการตัดสิน มันเป็นสิ่งที่นอกเหนือการควบคุมของเรา

อย่างไรก็ตาม ผมก็อยากจะบอกว่า เมื่อรู้แล้วว่าผมไม่ใช่คนประเภทที่เขาเห็นว่าเหมาะสม แต่หากมีโอกาสอีกครั้ง ผมก็คงเข้าไปสอบใหม่ แม้ผมจะรู้ว่าอาจจะต้องฝืนบ้างถ้าจะทำอาชีพนี้ แต่ถ้าแลกกับการได้ทำตามความฝัน มันก็เป็นราคาที่ผมจ่ายได้ มันก็เหมือนกับการคบใครสักคน เราก็ควรรับได้ทั้งข้อดีและข้อเสียของเขาด้วย ไม่มีอะไรจะสมบูรณ์ 100%

สุดท้ายนี้ก็หวังว่าจะเจอเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนบนความถี่นะครับ ขอบคุณพี่ๆทุกคนครับที่คอยให้คำแนะนำเสมอมา สวัสดีครับ
« Last Edit: 05 September 2016, 20:18:03 +07 by kanawut »

Offline pnpp

  • ทหารเลว
  • *
  • Posts: 38
อยากกดปุ่มไลค์

Offline Mcbluemer

  • ประชาชน
  • Posts: 19
คุณสุดยอดแล้วครับ หลายคนมาก ที่ไม่มีโอกาสได้เข้ามาถึงจุดที่คุณทำด้วยซ้ำ คุณมีประสิทธิภาพในตัวเอง และผมเชื่อว่าจะทำให้คุณประสบความสำเร็จไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม

ปล.ใจนายแน่มากครับ นับถือๆ

Offline domdome

  • ขุนศึก 9 ทัพ
  • ***
  • Posts: 306
ผมเป็นคนนึงที่เข้าจนถึงรอบสุดท้าย ครั้งที่ 2 มีความหวังเหมือนทุกคนที่เคยตกรอบโปร และกลับไปพัฒนาตัวเอง คำว่าพัฒนาตัวเอง เป็นคำที่ได้ยินบ่อยๆ จากการสอบข อง TG ทุกครั้ง คุณจะพัฒนาจนขีดสุดเท่าไหร่ แต่บุคลิกคุณไม่เหมาะ กับองค์กรก็ตกครับ เข้าใจเจ้าของกระทู้ครับรู้สึกอย่างไร ผมไม่มีโอกาสกลับเข้าไปสอบอีกได้แล้ว แต่อยากจะฝากให้คนที่มีความฝันที่จะเป็นนักบินอย่าทิ้งความฝันครับ ทำให้เต็มที่ แต่.......ไปให้ถูกองค์กรถูกกับบุคลิกของเรา ครับผม


Offline domdome

  • ขุนศึก 9 ทัพ
  • ***
  • Posts: 306
อีกที  ก็นิสัยอย่างเจ้าของกระทู้นี้ไง เขาถึงไม่รับอ่ะครับ

 
ปล. ตูด้วยนี่หว่า  E25 E25 - สอบนักบิน 302-

Offline kanawut

  • ขุนศึก 9 ทัพ
  • ***
  • Posts: 292
ทำเป็นแซะนะครับแหม่ เดี๋ยวตีเลย O12

Offline Fortunate

  • ประชาชน
  • Posts: 8
เยี่ยมมาก เข้าใจและเห็นใจมากๆกับความพยายามที่ไม่ท้อถอยเลย เก่งจริงๆ ที่เข้ามาถึงรอบสำคัญได้ถึง 2 ครั้ง
ลองหาทางคุยรายละเอียดที่สัมภาษณ์ไปให้เพื่อนที่สนิทในวงการสอบ SP แบบเปิดใจ นี้ดูว่าเพื่อนคิดว่าไง จะได้รู้ว่า ทำไมโปรถึงไม่เลือกเราสักที เราไม่เหมาะสมในประเด็นไหน ทั้งนี้และทั้งนั้น ทุกจังหวะการสอบบวกด้วยเก่งและเฮง เสมอ ดวงจะดีเกิดจาก การสร้างบุญ สวดมนต์ ทั้งทาน ศีล ภาวนาให้ครบและบ่อยๆนะ ขอบอกว่าช่วยได้จริงๆ  - นักบิน 41- - นักบิน 41-
วันนี้เห็นโอกาสมาให้อีกครั้งกับการประกาศรับ SP ของบางกอกแอร์เวย์ สู้ต่อไปนะ อย่าลืมเข้าไปกรอกใบสมัครวันที่ 16-19 กย นี้กันล่ะ ขอให้ฝันเป็นจริงนะ เป็นกำลังใจให้จร้า SOC1

Offline cdith3344

  • ประชาชน
  • Posts: 19
หัวอกเดียวกันครับ ผ่านมาหลายสนาม หลายสำนักมาก

2012 - การบินไทย (ตกโปรรอบสุดท้าย), แอร์เอเชีย (ตกรอบสัมภาษณ์)
2013 - TAS (ตกรอบสัมภาษณ์)
2014 - บางกอกแอร์ (ติดสำรอง), แอร์เอเชีย (ตกรอบข้อเขียน), TAS (ตกรอบ English Speaking Test)
2015 - อายุเกินเกณฑ์ของแอร์เอเชีย และบางกอกแอร์ เลยพัก 1 ปี
2016 - การบินไทย (ตกโปรรอบสุดท้าย ครั้งที่ 2) โดยผมเกิดปลายปี 29 อายุผ่านเกณฑ์มา 54 วัน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังประกาศผล ก็ยอมรับว่าผิดหวังนิดๆ ว่าเราคงไม่เหมาะกับอาชีพนี้จริงๆ
แต่การที่ผมผ่านมารอบโปรได้เป็นครั้งที่ 2 และทะลุเข้ามาจนถึงรอบสัมภาษณ์
ก็เกิดความคิดในหัวว่า เราต้องมีของบ้างแหละ ไม่งั้นไม่หลุดเข้ามาขนาดนี้หรอก
แต่ ณ จุดนั้น โปรคงมองว่า เรายังไม่เหมาะสมพอที่จะมาเป็นนักบิน ก็ได้แต่ยอมรับกับความจริง
และคิดเสมอว่า ถ้าในอนาคตมีโอกาส ผมก็คงกลับมาอีกแน่นอน แต่สำหรับเส้นทาง SP ผมถือว่ามาสุดทางละ
(คืออายุเกินละไง ฮ่าๆๆ  O30)

ที่จริงเมื่อกี้ร่างไว้ยาวมาก แต่หนทางผมแทบไม่ต่างจากคุณ kanawut เท่าไหร่ แต่ถ้าใครสนใจในรายละเอียด
ค่อยขอผมมาทีหลังก็ได้ครับ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง

สำหรับน้องๆ ที่ยังมีโอกาสไปต่อ หรือยังอายุไม่เกินเกณฑ์ ก็อย่าเพิ่งท้อครับ ทำมันให้เต็มที่ ให้ตอนออกมาหลังสอบ
แล้วเรารู้สึกกับตัวเองว่า "เราเต็มที่สุดๆ แล้ว" เท่านี้ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง เราจะไม่เสียใจ และเดินหน้าต่อไป
แม้มันจะไม่ใช่ทางที่เราวาดไว้ก็ตาม ไว้เจอกันใหม่ถ้ามีโอกาสครับ (ถ้ามีตังค์เรียนเองนะ แพงเหลือเกิน  - สอบนักบิน 306-)

Offline eyeshield

  • ทหารเลว
  • *
  • Posts: 40
ผมก็เป็นคนนึงที่ผ่านอะไรมาเยอะมากตั้งแต่ตกรอบแรกยันไปถึงก้าวสุดท้ายเมื่อไม่นานมานี้

ปี 2008 ปีนั้นเป็นปีแรกที่การบินไทยเปิดสอบ นศ.ปี 3 เป็นครั้งแรก ผมเริ่มสนใจอาชีพนี้ครั้งแรกตอนที่มา Road Show ที่มหาวิทยาลัย บอกตรงๆตอนแรกผมก็ยังไม่รู้เลยว่านักบินเนี่ยนอกจากทหารอากาศแล้วคนทั้วไปจะมาสอบได้ เลยได้ลองไปสอบดูเป็นครั้งแรกโดยที่ไม่ได้เตรียมอะไรไปเลยจำได้ว่านั่ง รถไฟฟ้าไปจาก นานา ที่ผมฝึกงาน ไปสาย ใส่ยีนส์ไปสอบ เอามือถือเข้าห้องสอบโดยที่ในประกาศเขียนว่าห้ามเอาเข้า ผลก็แน่นอนตกรอบแรกครับ สาเหตุที่ผมตกผมรู้ตัวเลย ผมประมาทมากในเรื่องของการเตรียมตัว และผมอยากเอาชนะข้อสอบ ไม่ได้อยากสอบผ่าน ผมพยายามแก้โจทย์ข้อที่ยาก ทั้งๆที่ข้อง่ายๆมีให้ทำเยอะแยะ ในส่วนความรู้ทั่วไปผมก็ไม่ได้เตรียมไป จำได้ว่าทำ Basic Knowledge ไปประมาณ 20 ข้อเอง

ปี 2009 - 2010 ไม่มีสายการบินไหนเปิดสอบเลย หลังจากการเกิดของ Hamburger Crisis

ปี 2011 ปีนี้ผมได้สอบ 2 สายการบิน คือ TG FD

FD นั้นผมได้มีโอกาสสอบครั้งแรก ซึ่งกลับมาเปิดรับเป็นสายการบินแรก ต้องบอกว่าผมร้างราการสอบไปนานมาก + ข้อสอบที่ออกค่อนข้างจะยากมากตั้งแต่ที่ผมสอบมาปี 2008-2016 ผมก็ยังคิดว่าการสอบครั้งนี้เป็นการสอบรอบแรกที่ยากที่สุด ผมทำได้ประมาณ 15 ข้อ ซึ่งแน่นอนออกมาก็รู้ตัวครับ

TG ครั้งนี้ผมเตรียมตัวไปค่อนข้างดีสำหรับรอบแรก แต่ในส่วนของการสัมภาษณ์นั้นทำให้ผมรู้ว่าผมยังอ่อนต่อโลกนัก ผมโดนกัปตันไล่บี้จนมุมแล้วก็เงียบหาคำตอบให้ไม่ได้ พอหนักๆเข้าก็พยายามเปลี่ยนเรื่องคุย ครั้งนั้นผมรู้เลยหลังจากสอบเสร็จว่าผมเป็นคนจัดการกับความเครียดไม่ได้ เวลาช๊อคผมจะทำอะไรไม่ถูก ก็ได้รับบทเรียนมาและพยายามแก้ไขตัวเองต่อไป

ปี 2012 ปีนี้ผมได้สอบ 2 สายการบิน คือ TG FD

TG สำหรับผมรอบแรกก็เป็นครั้งที่ 3 แล้วผมค่อนข้างรู้แนวการเตรียมตัวมาพอสมควรทำให้ผ่านไปได้ ส่วนรอบกัปตันนั้นผมไปสัมภาษณ์แบบไม่ใช่ตัวผมเองเลย เนื่องจากฟังคนอื่นมาเยอะ ต้องตอบแบบนี้นะ ห้ามตอบแบบนี้ ในปีนั้นผมได้สัมภาษณ์กับท่านกัปตันสรเดช ซึ่งกัปตันได้ถามย้ำหลายครั้งมาก เพื่อหาความจริง แต่ผมก็ยังดันทุรังตอบแบบเดิมไปซึ่งผมก็คิดว่ากัปตันคงดูออก

FD นั้น ปีนี้ออกข้อสอบมาค่อนข้างง่ายขึ้น และได้เตรียมตัวมาบ้างจำได้คร่าวๆว่าทำไปประมาณครึ่งนึง ก็ผ่านรอบแรกมาได้ ส่วนด่านสัมภาษณ์นั้นมีเกมส์หลายเกมส์มากประมาณ 5 เกมส์ มี 1 ในนั้นคือเกมส์ multi tasking ซึ่งผมเคยเล่นมาแล้วในอินเตอร์เน็ทแบบเหมือนเป๊ะๆ ในใจก็ยิ้มละ สบายละ กด space bar 1 ที เริ่มเกมส์ทันที เล่นไปซักพักกัปตันถามว่าคิดว่าเล่นได้กี่นาที ผมก็ตอบไป พอเล่นจบ กัปตันถามว่าเคยเล่นมาก่อนมั้ย แน่นอนเหมือนตอนสอบ TG ผมฟังมาเยอะไม่ครับแค่เคยเห็นมา กัปตันเลยถามว่าแล้วทำไมไม่อ่าน instruction แล้วเล่นได้เลย ทำไมรู้ว่าตัวเองจะเล่นได้ประมาณกี่นาที เท่านั้นแหละครับ ถึงบางอ้อ สุดท้ายก็คุยเรื่องทั่วไป ตอนจบกัปตันท่านพูดขึ้นมาว่า "คนที่ไม่ใช่น่ะ พยายามกี่ครั้ง ลองกี่ครั้งยังไงก็ไม่ใช่นะ แต่ถ้าคุณรู้ว่าตั้วเองไม่ใช่ แต่คุณเปลี่ยนตัวเองให้ใช่ได้ และพยายามพัฒนามัน วันนั้นจะเป็นวันของคุณ" คำพูดนี้ผมยังจำได้จนถึงทุกวันนี้และเป็นคำพูดที่เปลี่ยนตัวผมได้จริงๆแต่มันอาจจะช้าไป...

ปี 2013 ปีนี้ผมได้สอบ 3 สายการบิน คือ TG FD PG

PG จำได้ว่าต้นปีเดือนมกราคมก็มีข่าวดีออกมา คือ PG จะเปิดรับ SP เป็นครั้งแรกในรอบหลายๆปี จากคอมเมนท์ของกัปตัน TAA ในปีที่ผ่านมาผมพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองในหลายๆด้าน ฝึกซ้อมทักษะการทำข้อสอบเพิ่มเติมจำได้ว่าผมทำได้ค่อนข้างดีเลยสำหรับครั้งนี้ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะผ่านครับ ผมตกรอบแรกอีกครั้ง ทำให้ผมตกรอบแรกครบทั้ง TG FD PG

TG รอบสัมภาษณ์ครั้งนี้ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์กับท่านกัปตันมารุต รอบนี้ผ่านมาได้จนถึงรอบทีมเวิค ซึ่งโดยรวมกลุ่มดีมากช่วยกันทำงาน เสียอย่างเดียวตอนประกาศออกมาไม่มีชื่อผม บอกตรงๆว่าค่อนข้างเคว้งมาก เราเนี่ยนะตกทีมเวิค แต่ก็พยายามสลัดความเสียใจมานั่งคิดดีว่าเพราะอะไร

FD เป็นความโชคร้ายของผมที่วันสอบรอบแรกไปตรงกับวันสอบทีมเวิคของ TG ก็อดสอบโดยปริยาย

ปี 2014 ปีนี้ผมได้สอบ 2 สายการบินคือ PG และ FD

PG นั้นผมพอรู้แนวแล้วเลยพยายามพัฒนาขึ้นปีนี้ ผมสอบผ่านรอบแรก (Rank24) จนไปถึงรอบสุดท้าย (Rank31) แต่น่าเสียดาย PG ในปีนั้นรับเพียงแค่ 12 คน

FD เป็นอีกครั้งที่ผมได้มายืนรอบสัมภาษณ์กัปตัน แต่ผมก็ยังไม่ดีเพียงพอที่จะผ่านเข้าไปรอบสุดท้ายได้

ปี 2015

PG ผมไม่สามารถสอบได้ เพราะติดเงื่อนไขเกรด ป.ตรี ไม่ถึง 2.5 แต่ไม่รับเกรด ป.โท (ปี 2014 ผมยื่นโดยใช้เกรด ป.โทได้)

ปี 2016 เป็นปีสุดท้ายในการสอบของผม ผมได้สอบ WE และ TG

WE เป็นครั้งแรกที่เคยสอบของสายการบินนี้บอกตรงๆว่า ไม่รู้เลยว่าข้อสอบจะออกอะไร ผมทำได้แค่ อ่านไปให้เต็มที่ ซ้อมไปให้เยอะที่สุด การสอบครั้งนี้ค่อนข้างยาก เพราะมีเคมีและชีวะซึ่งค่อนข้างร้างราไปเกือบ 10 ปี ยังดีที่พอมีผลบุญเก่าทำให้พอทำได้บ้าง รวมถึงข้อสอบความรู้การบินซึ่งค่อนข้างออกลึก โดยรวมๆผมทำได้ประมาณ 70 ข้อ ก็ผ่านรอบแรกมาได้ รอบที่ 2 นั้นห่างกันไม่นาน เป็นการสอบทักษะ (Aptitude Test) ส่วนวันรุ่งขึ้นก็เป็นการสอบทีมเวิค การสอบ WE ของผมหยุดลงที่รอบนี้

TG หลังจากผ่านไป 3 ปี ได้ฤกษ์กลับมาสอบอีกครั้ง ในรอบสัมภาษณ์ผมได้เจอท่านกัปตันสรเดชอีกครั้ง ผมจำได้แม่นเลยว่าเปิดประตูเข้ามากัปตันท่านถามว่าเป็นไงมั่งผ่านมาหลายปี จำผมได้มั้ย การสอบในวันนั้นค่อนข้างราบรื่น ผมตอบแบบเป็นตัวของตัวเอง มีสติทุกครั้งก่อนทำอะไร คิดให้แน่ใจถี่ถ้วนก่อนค่อยตอบ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเรียนรู้มาผมพยายามคิดทบทวนตัวเองเสมอ ตอนสอบเสร็จกัปตันผ่านพูดขึ้นมาว่า "4 ปีผ่านไปผมว่าคุณพัฒนามาได้ดีขึ้นเยอะนะ แต่คุณอย่าหยุดต้องพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆบางอย่างคุณยังมีทำผิดบ้าง แต่วันนี้ผมคิดว่าคุณน่าจะพร้อมแล้ว" ผมผ่านมาเรื่อยๆจนถึงรอบ INDIVIDUAL สุดท้ายที่พึ่งผ่านมาผมได้พบกับโปรเฟสเซอร์ LARS เหมือน จขกท. ผมทำทุกอย่างที่ผมทำได้ สิ่งที่ผมพยายามปรับปรุงพัฒนาตัวเองมาตลอด ผมคิดเสมอ มีสติตลอดเวลา คิดให้ถี่ถ้วนก่อนตอบ ตอบให้ตรงกับความเป็นจริงเป็นตัวเราที่สุด แต่ดูเหมือนผมอาจจะยังไม่เหมาะสมเพียงพอ...

สุดท้ายนี้ก็ไม่เคยคิดว่าจะมาเขียนถึงความล้มเหลวของตัวเองไปทำไมเหมือนกัน 555 แต่อยากฝากไปถึงคนที่ยังไม่ถึงเวลาในวันนี้ ผมเป็นคนนึงที่เคยอาจจะไม่มีอะไรเหมาะสมที่จะเป็นนักบินเลย ตกรอบแรกตลอดครบทุกสายการบิน ผมพยายามพัฒนาตัวเองมาต่อเนื่อง ผมคิดแค่ว่าอย่างน้อยเราก็ได้พัฒนาตัวเอง ความสำเร็จเป็นผลพลอยได้ ผมก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ พยายามที่จะไม่ก้าวถอยหลัง ปรับปรุงตัวเองมาตลอดวันนี้อาจจะยังไม่ดีพอกับการได้ทุน SP แต่อย่างน้อยชีวิตทุกวันนี้ผมบอกตรงๆว่าผมเปลี่ยนอะไรได้เยอะจากการสอบอันยาวนานนี้ ...

ส่วนการเรียนเองผมขอไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนอีกซักพักครับ ระหว่างที่ผมสอบ SP ผมก็พยายามหาแผนสำรองเผื่อไม่ได้ทุนจริงๆ ก็หาอาชีพเสริมทำไปเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ผมพอที่จะไปเรียนได้โดยไม่ต้องกู้ละครับ แต่บอกตรงๆว่ายังเคว้งกับเหตุการณืที่พึ่งผ่านมาอยู่ อยากคิดดีๆให้แน่ใจอีกที เพื่อนๆพี่ๆท่านไหนเรียนอยู่มีคำแนะนำก็ขอขอบพระคุณมากครับ

ล้มได้แต่ลุกให้เร็วครับ เพราะทางขึ้นฟ้าไม่ได้มีทางเดียว

สว่น จขกท. ขอฝากท่อนนี้ให้ครับ "เธอเป็นคนเดียวที่ไม่ควรเสียใจ Alright" เราเข้าใจนายนะ สวัสดีจ้า
 

Offline domdome

  • ขุนศึก 9 ทัพ
  • ***
  • Posts: 306
เฮ้ออออ เข้าใจเลยครับ
          ต้องเก่ง บวกดวง บวกเฮง ครับ งานนี้

Offline shayne.schick

  • Someday, I'll fly.
  • ประชาชน
  • Posts: 15
ขอบคุณสำหรับทุกประสบการณ์ที่มาแบ่งปันนะครับ เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ  E37

Offline popeye22

  • ประชาชน
  • Posts: 10
แต่ละคนสุดยอดมากครับ มีความพยายามสูงมากทุกคน ถ้าเทียบกับตัวผม สู้ๆกันต่อไปครับ และขอบคุณมากที่เอาประสบการณ์มาแชร์ครับ อ่านแล้วมีแรงฮึดขึ้นมาทันที

Offline Sunji

  • TG SP 2014
  • ขุนศึก 9 ทัพ
  • ***
  • Posts: 211
"นักบิน = เก่ง + เฮง + ดวง + บารมี"
ครูผมได้กล่าวไว้ตั้งแต่วันแรก ผมขอเป็นกำลังใจให้นะครับ นายทำดีที่สุดแล้ว และสู้ได้มาถึงขนาดนี้ ชื่นชนและนับถือในความมานะจริงๆ

Offline shinamon089

  • ประชาชน
  • Posts: 25
อยากรู้ว่า หลังจากวิเคราะห์แล้ว จขกท.และเพื่อนๆ มีจุดอ่อนตรงไหน แล้วแต่ละรอบได้แก้ไข้ไปยังไงบ้างเหรอครับ

Offline SKYWOLF

  • Mod Level 3
  • ขุนศึก 9 ทัพ
  • ***
  • Posts: 474
บอกตรงๆนะ  เสียดายอ่ะน้องนิค  ถ้าผ่านไปได้ถึงรอบสัมภากษ์โปร ...  คิดว่าไปเรียนบินแล้วมาสอบแบบ QP  น่าจะหางานไม่ยากนะครับ

บ่องตง

Offline cadet38

  • God of Games
  • Co-Pilot TG
  • นักรบ
  • ***
  • Posts: 125
  • I love Doraemon.
มันไม่มีอะไรง่ายหรอกครับบนเส้นทางสายนี้ กว่าพี่จะมาถึงวันที่มีสี่ขีดบนบ่า ต้องผ่านอะไรมาเยอะ ไอ้ที่น้องๆเจอกันตอนสอบเข้า ไม่ได้เสี้ยวของความลำบากหรอกครับ ความจริงมันเจ็บปวด
I believe I can fly.

Offline minimania

  • ประชาชน
  • Posts: 3
ผมจะมีหวังมั้ยครับเนี่ย เพิ่งลองปีนี้ปีแรก

Offline DuraSail

  • จิตใจของฉันแข็งแกร่งดั่ง
  • Moderator
  • ราชาเทวะ
  • ***
  • Posts: 2,597
เสียใจด้วยนะครับ แต่ก็ยังมีหวังโดยไปเรียนทุนส่วนตัวนะครับ

แต่จริงๆอยากจะบอกว่ามีอาชีพอื่นๆอีกเยอะนะครับที่น่าสนใจ และท้าทายความสามารถของน้องๆอยู่ครับ

ลองค้นหาตัวเองอีกสักที อาจจะรุ่งกว่าเป็นนักบินก็ได้นะครับ E37

                                           ปกติไม่ใช่คนขี้เห่อ

Offline gamekill

  • Co-Pilot TG
  • ประชาชน
  • ***
  • Posts: 2
สู้ๆ นะครับทุกท่าน ผมเอาใจช่วยครับ